นพ.ภูริทัต ศิริสูตร ศัลยแพทย์ รพ.โพธาราม จ.ราชบุรี
CEO : คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมหมอภูริทัต สาขาศัลยกรรม

” การรักษาไส้เลื่อนขาหนีบในปัจจุบันมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและลักษณะของไส้เลื่อน รวมถึงสุขภาพทั่วไปของผู้ป่วย โดยทั่วไปมีวิธีการรักษาดังนี้”
การผ่าตัดเปิด (Open Hernia Repair)
การผ่าตัดแบบเปิด (Open Surgery) เป็นวิธีดั้งเดิมในการรักษาไส้เลื่อน โดยทำการเปิดแผลบริเวณขาหนีบ แล้วทำการเย็บกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อที่แยกออก เพื่อปิดช่องที่เกิดไส้เลื่อน ในปัจุบันใช้วัสดุเสริม (Mesh) เพื่อช่วยป้องกันการเกิดไส้เลื่อนใหม่
การผ่าตัดผ่านกล้อง (Laparoscopic Hernia Repair)
เป็นวิธีการผ่าตัดที่ใช้กล้องส่องในช่องท้อง (Laparoscope) เพื่อทำการผ่าตัดไส้เลื่อน โดยที่แผลจะมีขนาดเล็กกว่าทั้งนี้การผ่าตัดผ่านกล้องก็สามารถใช้ Mesh เพื่อเสริมความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อได้เช่นกัน
ส่วนใหญ่ทั้ง 2 วิธี จะใช้วิธีการดมยาสลบ หรือการบล็อคหลัง เพื่อระงับความรู้สึก แต่ในปัจจุบันมีการฉีดยาชาเพื่อระงับความรู้สึกในระหว่างผ่าตัดไส้เลื่อนขาหนีบได้

การผ่าตัดไส้เลื่อนขาหนีบโดยใช้การฉีดยาชา (Open Hernia Repair under local anesthesia) มีข้อดีหลายประการ ดังนี้
1. ลดความเสี่ยงจากการดมยาสลบ (General Anesthesia)
• การใช้ยาชาเฉพาะที่จะทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องรับการดมยาสลบ ซึ่งเหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวหรืออายุมาก ที่อาจมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนจากการดมยาสลบ
2. ฟื้นตัวเร็วกว่า
• ผู้ป่วยที่ได้รับยาชาเฉพาะที่จะฟื้นตัวจากการผ่าตัดได้เร็วกว่า และสามารถลุกขึ้นเดินหรือทำกิจกรรมเบาๆ ได้เร็วขึ้น เนื่องจากไม่มีอาการง่วงซึมหรือคลื่นไส้หลังจากดมยาสลบ
3. ระยะเวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลสั้นลง
• ผู้ป่วยที่ได้รับการฉีดยาชาเฉพาะที่มักสามารถกลับบ้านได้ในวันเดียวกับที่ทำการผ่าตัด ทำให้ลดระยะเวลาการนอนพักในโรงพยาบาล
4. การควบคุมอาการปวดหลังผ่าตัดดีขึ้น
• การใช้ยาชาเฉพาะที่ช่วยให้บริเวณที่ผ่าตัดยังคงชาสักระยะหลังการผ่าตัด ทำให้ลดอาการปวดในช่วงแรกหลังผ่าตัดได้ดีขึ้น
5. ลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด
• การใช้ยาชาเฉพาะที่ลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับระบบหัวใจและหลอดเลือดที่มักพบในการดมยาสลบ เช่น ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือภาวะความดันโลหิตต่ำ

การผ่าตัดไส้เลื่อนขาหนีบโดยใช้การฉีดยาชา (Open Hernia Repair under local anesthesia) มีข้อห้ามบางประการที่แพทย์จะพิจารณาเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย โดยมีข้อห้ามในผู้ป่วยที่มีภาวะดังนี้
1. ภาวะภูมิแพ้ต่อยาชา (Allergy to Local Anesthetics)
• หากผู้ป่วยมีประวัติแพ้ยาชาเฉพาะที่ เช่น ยาในกลุ่ม Lidocaine หรือ Bupivacaine การใช้ยาชาเฉพาะที่ควรถูกหลีกเลี่ยง
2. ความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด (Coagulopathy)
• ผู้ป่วยที่มีภาวะเลือดออกง่ายหรือมีปัญหาในการแข็งตัวของเลือด อาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดการตกเลือดระหว่างหรือหลังการผ่าตัด ซึ่งอาจเป็นข้อห้ามในการใช้ยาชาเฉพาะที่
3. การติดเชื้อหรือการอักเสบในบริเวณที่ฉีดยาชา (Infection or Inflammation at the Injection Site)
• หากมีการติดเชื้อหรือการอักเสบในบริเวณที่จะฉีดยาชา การผ่าตัดควรถูกเลื่อนออกไป หรือพิจารณาวิธีการรักษาอื่น เนื่องจากการฉีดยาในบริเวณที่มีการติดเชื้ออาจทำให้การติดเชื้อลุกลาม
4. ภาวะจิตใจหรืออารมณ์ที่ไม่เหมาะสม (Unstable Psychological or Emotional State)
• ผู้ป่วยที่มีความวิตกกังวลอย่างรุนแรง หรือมีภาวะจิตใจที่ไม่เสถียรอาจไม่เหมาะสมสำหรับการใช้ยาชาเฉพาะที่ เนื่องจากต้องการความร่วมมือระหว่างการผ่าตัด
5. ภาวะทางกายภาพที่ไม่เอื้ออำนวย (Unfavorable Physical Condition)
• ผู้ป่วยที่มีภาวะทางกายภาพที่จำเป็นต้องใช้การดมยาสลบ เช่น อาการเจ็บป่วยรุนแรงหรือไม่สามารถนอนหงายอย่างต่อเนื่องได้ อาจไม่สามารถใช้การฉีดยาชาเฉพาะที่ได้
การผ่าตัดไส้เลื่อนขาหนีบโดยใช้การฉีดยาชา (Open Hernia Repair under local anesthesia) มีข้อดีหลายประการ ทำให้ผู้ป่วยปลอดภัยจากการดมยาสลบ รวมทั้งทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วหลังจากทำการผ่าตัด กลับไปอยู่กับคนที่เรารักได้เร็วขึ้น

